หมู่บ้านโครงการคนอยู่ - ป่ายัง บ้านหลักเหล็ก
บ้านหลักเหล็ก ตั้งอยู่ท้องที่ หมู่ 6 ต. ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร เดิมมีสภาพป่าสมบูรณ์ช่วงปี 2500 ได้มีประทานบัตรเหมืองแร่มีการทำเหมืองแร่ขนาดใหญ่ และเหมืองแร่เถื่อน ทั้งเหมืองแร่ฉีดและเหมืองแร่ ชักจอบตาม ลำคลองหลักเหล็ก ต่อมาเมื่อเลิกจากการทำเหมืองแร่ ก็ได้มีชาวบ้านและคนงานเหมืองแร่ในขณะนั้น บุกรุกแผ้วถางป่าทำไร่ข้าว และทำสวนกาแฟ มีการบุกรุกมากขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2528 – 2531 เพราะเป็นช่วงที่ราคากาแฟสูง
จากที่มีการบุกรุกแผ้วถางป่ามากขึ้น เหตุจากราคากาแฟสูงนี่เอง จึงมีการอพยพเข้ามาอยู่และทำกินในพื้นที่มากขึ้นเรื่อย ๆ กอปรกับสภาพพื้นที่บ้านหลักเหล็กสมบูรณ์ด้วยน้ำ และเป็นที่ราบกลางหุบเขา ซึ่งเหมาะแก่การทำสวน จึงล่อแหลมต่อการถูกบุกรุป่ามากที่สุด ทั้งเส้นทางคมนาคม ก็ใช้เส้นทางของเหมืองแร่และทางชักลากไม้เก่าที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ จึงเข้าไปได้ง่ายและสะดวก
หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ เห็นว่าหมู่บ้านหลักเหล็กเป็นหมู่บ้านกลางป่าแนวโน้มในการบุกรุกป่า มีมาก จึงเข้าดำเนินการโครงการคนอยู่ – ป่ายัง เมื่อปี 2537 พร้อมกับบ้านคลองเรือ โดยใช้วิธีการเดียวกับบ้านคลองเรือ คือ ให้ชุมชนคัดเลือกคณะกรรมการโครงการฯ ขึ้นมา 1 ชุด เพื่อเป็นตัวแทนในการพิจารณาดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการฯ ภายใต้กฎกติกาชุมชนที่ร่างกันขึ้นมาเอง แต่เป็นประโยชน์โดยรวมในการจัดการชุมชน จัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่าไม้ ให้ชุมชนอยู่ร่วมกับป่าอย่างเกื้อกูลและสมดุล โดยใช้เวที ชาวบ้านเป็นที่เสนอและพิจารณากิจกรรม
สถานการณ์ปัจจุบัน
การบุกรุกแผ้วถางบ้านหลักเหล็ก ได้หยุดลงอย่างเด็ดขาด ชุมชนเข้าใจในวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมด้วยดี มีการจัดพื้นที่ทำกินกับเขตป่าอนุรักษ์อย่างชัดเจน และได้ชื่อว่าหมู่บ้านรักษาป่ายอดเยี่ยม จนได้รับคัดเลือกให้รับพระราชทานธงพิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต จากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2541 ณ ตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส มีการพัฒนาการเกษตรจากเกษตรเชิงเดี่ยวมาเป็นเกษตร 4 ชั้น ทำให้เกิดเศรษฐกิจพอเพียง ความเป็นอยู่ดีขึ้น มีการต่อน้ำระบบประปาภูเขาใช้ทุกครัวเรือน องค์กรชุมชนเข้มแข็ง มีคณะนักศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ ในประเทศเข้ามาเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน ดำเนินการรักษากฏกติกาชุมชนอย่างต่อเนื่องและเคร่งครัด
ข้อมูลจำเพาะ
บ้านหลักเหล็ก มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 240-260 เมตร จุดกึ่งกลางหมู่บ้านตั้งอยู่ ณ พิกัด ML 627753 แผนที่ 1: 50,000 ระวางเลข 4728 มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ได้แก่ น้ำตกเหวเตย น้ำตกเหวโหลม, บัวผุด
ตารางข้อมูลบ้านหลักเหล็ก
ข้อมูลบ้านหลักเหล็ก
จำนวน
1.พื้นที่รวม
1.1 พื้นที่ทำกิน
1.2 พื้นที่ป่าเสื่อมโทรม
1.3 พื้นที่ทำกินเฉลี่ย (ไร่/ครอบครัว)
2. การอยู่อาศัย
2.1 อยู่ถาวร
2.2 อยู่ชั่วคราว
3. ประชากร
3.1 ชาย
3.2 หญิง
4. รายได้
5. ระยะทางจากถนนใหญ่
6. โรงเรียน
7. จำนวนพืชเกษตร
8,125 ไร่
1,341 ไร่
600 ไร่
25 ไร่
60 ครอบครัว
50 ครอบครัว
10 ครอบครัว
คน
คน
คน
90,000 บาท/ครอบครัว/ปี
กิโลเมตร
-
95 ต้น/ไร่
ความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ตารางแสดงข้อมูลประชากรเกี่ยวกับภูมิลำเนาเดิม
ภาค
จังหวัด
จำนวน
(ครัวเรือน)
จำนวน
ประชากร (คน)
รวม
ใต้
อีสาน
เหนือ
กลาง
สุราษฎร์ธานี
ชุมพร
ระนอง
อุดรธานี
ยโสธร
ศรีสะเกษ
สุรินทร์
หนองคาย
เลย
หนองบัวลำภู
นครราชสีมา
เพชรบูรณ์
ตราด
31
4
6
( รวม 41)
8
1
1
1
1
3
1
1
(รวม 17)
1
(รวม 1)
1
(รวม 1)
131
53
4
4
131
53
4
4
รวม 4 ภาค 60 ครอบครัว จำนวนประชากร 192 คน
คณะกรรมการโครงการคนอยู่-ป่ายัง
บ้านหลักเหล็ก หมู่ 6 ต. ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร
……………………..
1. พ.ต.เสวก นาคสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการฯ
2. นายสายัณห์ ภูตาเพริศ รองประธานฯ
3. นายจักรพงศ์ เขียมวัชนะ เลขานุการ/เหรัญญิก
4. นายสุชาติ คงสุทธิ์ กรรมการ
5. นายเจริญพร ฤทธิพัฒน์ ”
6. นายอุดร อุตมะโยธิน ”
7. นายพูลสิน ใจสว่าง ”
8. นายวิชัยศักดิ์ ไชยชนะ ”
9. นายเกรียงไกร เสรีพงษ์ ”
10. นายประดับ เลกพล ”
11. นายเสริมพงษ์ อมรินทร์ ”
12. นายจรุงศักดิ์ จอมใจเหล็ก ”
13. นายอรุณ พันดวง ”
14. นายจรัส โคระพันธ์ ”
15. นายอดุล ยวนเกิด ”
ที่ปรึกษาประจำโครงการ
1. นายพงศา ชูแนม หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ
2. นายรุ่งโรจน์ ใหม่ซ้อน เจ้าหน้าที่ประจำโครงการฯ
กติกาชุมชนโครงการ “คนอยู่ – ป่ายัง” (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)
บ้านหลักเหล็ก ปี พ.ศ. 2542
หมู่ 6 ตำบลปากทรง อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร
………………………….
แบ่งเป็นหมวดต่าง ๆ ดังนี้
หมวดที่ 1. การใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตพื้นที่ทำกิน
หมวดที่ 2. การใช้ไม้ใช้สอยในเขตพื้นที่ทำกิน
หมวดที่ 3. ว่าด้วยการทำแนวเขต
หมวดที่ 4 ว่าด้วยการรักษาสัตว์ป่า
หมวดที่ 1. การใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตพื้นที่ทำกิน
(1) ที่ทำกินให้ได้เท่าที่มีอยู่ ก่อนมติคณะรัฐมนตรี 22 เมษายน 2540
(2) ผู้ครอบครองที่ดินต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในกลุ่มบ้านหลักเหล็ก ม. 6 ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร
3) ห้ามมอบให้หรือซื้อขายที่ดินในหมู่บ้านโครงการฯ โดยเด็ดขาด เว้นแต่
3.1 ขายมอบให้บุคคลในสายเลือดที่สามารถตรวจสอบได้
3.2 ขายหรือมอบให้บุคคลที่อยู่ในกลุ่มบ้านหลักเหล็ก แต่ผู้ซื้อจะต้องรวมกับที่ดินเดิมกับที่ซื้อใหม่แล้วไม่เกิน 50 ไร่
3.3 หากมีการมอบหรือซื้อขายที่ดินตามข้อ (3.1, 3.2) จะต้องครอบครองโดยห้ามเปลี่ยนผู้ถือครองเป็นเวลา 5 ปี นับ
จากวันที่ตกลงมอบหรือซื้อขายกันโดยผ่านคณะกรรมการ
3.4 ในการมอบหรือซื้อขายที่ดิน ให้ทำได้เฉพาะพื้นที่ ๆ ที่เป็นสวนหรือพื้นที่การเกษตรทั่วไป ห้ามรวมถึงพื้นที่ป่าไส
หรือป่าเสื่อมโทรมและพื้นที่ที่เป็นป่าต้องห้ามของหมู่บ้าน
(4) ในเขตพื้นที่ทำกินต้องปลูกไม้ใช้สอยมากกว่า 10 ต้น ต่อ 1 ไร่
บทลงโทษ ตามหมวดที่ (1)
- ตักเตือน ยึดพื้นที่ปลูกป่า
- ปรับเข้าหมู่บ้าน ยึดพื้นที่ปลุกป่า
- ดำเนินคดีตามกฎหมาย
หมวดที่ 2. หมวดไม้ใช้สอย
(1) ผู้ที่จะประสงค์นำไม้มาใช้สอยในครัวเรือน ต้องยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ และให้ใช้ไม้ที่อยู่ในเขตพื้นที่ทำกินเท่านั้น
(2) กรรมการผู้รับคำร้อง ต้องนำคำร้องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยมีเสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของคณะกรรมการ
(3) กรณีใช้ไม้เพื่อสาธารณะประโยชน์ จะต้องผ่านคณะกรรมการเกินครึ่งหนึ่ง
(4) ห้ามนำไม้รวมถึงไม้เรือนเก่าออกนอกหมู่บ้านโครงการ โดยเด็ดขาด
(5) ห้ามทำไม้เพื่อการค้า
บทลงโทษ ตามหมวดที่ (2)
- ตักเตือน ยึดไม้
- ปรับ ยึดไม้
- ดำเนินคดี
หมายเหตุ ผู้ฝ่าฝืนตามข้อ 4, 5 ต้องดำเนินคดีตามกฏหมายเพียงอย่างเดียว
หมวดที่ 3. ว่าด้วยการทำแนวเขต
(1) คณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินการจัดทำแนวเขตที่ทำกิน เขตป่าอนุรักษ์ เขตป่าใช้สอยให้ชัดเจนโดยการถางแนว ติดป้ายตามแนวเขต หรือปักหลักปูน ทั้งนี้แนวเขตที่ทำกินต้องไม่ทับป่าแก่
(2) ห้ามเคลื่อนย้าย หรือทำลายหรือดัดแปลงแนวเขตหรือป้ายโดยเด็ดขาด ฝ่าฝืนปรับ500 - 5,000 บาท
(3) ผู้มีที่ทำกินติดต่อกับเขตป่าอนุรักษ์ ต้องดูแลรักษาแนวเขตและป้ายอยู่เสมอ ๆ หากมีความผิดปกติให้แจ้งต่อคณะกรรมการ หากไม่แจ้งให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้กระทำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการ
(4) หากปรากฏว่าบุคคลใด รุกล้ำเกินแนวเขตตามที่ตกลงกันไว้กับหมู่บ้านให้ดำเนินคดีตามกฏหมายเพียงอย่างเดียว
หมวดที่ 4. ว่าด้วยการรักษาสัตว์ป่า
(1) ห้ามมีปืนแก๊ปหรืออุปกรณ์ล่าสัตว์ไว้ครอบครอง
(2) ห้ามล่าสัตว์ป่าทุกชนิด
(3) ห้ามช๊อตหรือเบื่อหรือระเบิดสัตว์น้ำ
(4) ผู้ฝ่าฝืนปรับ 2,000 – 10,000 บาท
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น